SURATTHANI RAJABHAT UNIVERSITY

มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี

มรดกแห่งความเป็นเลิศทางการศึกษา

มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี (SRU) ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2516 ในชื่อ “วิทยาลัยครูสุราษฎร์ธานี” ต่อมาในปี พ.ศ. 2535 สถาบันได้รับการขยายภารกิจ และได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช พระราชทานนามใหม่ว่า “สถาบันราชภัฏสุราษฎร์ธานี” ตลอดระยะเวลาสิบปีต่อมา สถาบันมีการเติบโตอย่างรวดเร็ว และสามารถพัฒนาไปสู่การเป็นมหาวิทยาลัย ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานอย่างสมบูรณ์ในปี พ.ศ. 2547

วิทยาเขตและความเป็นเลิศทางวิชาการ

ตั้งอยู่บนชายฝั่งตะวันออกของประเทศไทย ห่างจากกรุงเทพมหานครประมาณ 700 กิโลเมตร มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานีมีการดำเนินงาน ในสองวิทยาเขตภายในจังหวัดสุราษฎร์ธานี

มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี
SRU | มหาวิทยาลัยเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น
SRU CAMPUS

วิทยาเขตและความเป็นเลิศทางวิชาการ

มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานีมีพื้นที่การเรียนรู้ที่รองรับการพัฒนากำลังคน ทั้งในวิทยาเขตหลักและวิทยาเขตเกาะสมุย

วิทยาเขตหลัก Main Campus

ตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองจังหวัดสุราษฎร์ธานีประมาณ 15 กิโลเมตร วิทยาเขตหลักเป็นศูนย์กลางการบริหารของมหาวิทยาลัย และประกอบไปด้วย 7 คณะ ได้แก่

คณะและหน่วยจัดการศึกษา
  • คณะครุศาสตร์
  • คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์
  • คณะวิทยาการจัดการ
  • คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
  • คณะพยาบาลศาสตร์
  • คณะนิติศาสตร์
  • วิทยาลัยนานาชาติการท่องเที่ยว

มหาวิทยาลัยยึดมั่นในปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง โดยมุ่งเน้นการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืนผ่านการศึกษา และการวิจัยที่มีคุณภาพ

วิทยาเขตเกาะสมุย Koh Samui Campus

เพื่อขยายขอบเขตทางวิชาการ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี ได้จัดตั้ง “คณะสหวิทยาการเกาะสมุย” ซึ่งเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้สมัยใหม่ ที่เน้นนวัตกรรม ความเป็นเลิศทางวิชาการ และการพัฒนาทักษะวิชาชีพ เพื่อเตรียมนักศึกษาให้พร้อมสำหรับอุตสาหกรรมระดับโลก

หลักสูตรระดับปริญญาตรี
  • การจัดการโรงแรมและธุรกิจเรือสำราญ
  • ศิลปะการประกอบอาหารไทยและนานาชาติ

นอกจากนี้ ยังมีหลักสูตรประกาศนียบัตรระยะสั้น 6 หลักสูตร ซึ่งออกแบบมาเพื่อบูรณาการระบบการจัดการที่มีประสิทธิภาพ และเสริมสร้างการพัฒนาทางวิชาการแบบสหวิทยาการ

วิทยาเขตเกาะสมุย มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี
Koh Samui Campus

ขับเคลื่อนอนาคตผ่านการศึกษา วิจัย และนวัตกรรม

คณะสหวิทยาการเกาะสมุยถูกกำหนดให้เป็นสถาบันความร่วมมือ ที่มุ่งผลิตบัณฑิตที่มีความสามารถ พร้อมเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ ผ่านการวิจัยสหวิทยาการ การบริการวิชาการ การอนุรักษ์วัฒนธรรม และการบริหารจัดการทรัพยากรอย่างยั่งยืน มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานียังคงมุ่งมั่นในการพัฒนาความรู้ เสริมสร้างจิตสำนึกทางวัฒนธรรม และขับเคลื่อนการพัฒนาอย่างยั่งยืน เพื่อให้นักศึกษาสามารถสร้างอนาคตที่ดีขึ้นผ่านการศึกษา การวิจัย และนวัตกรรม

SRU HISTORY

แนะนำมหาวิทยาลัย

มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี เป็นสถาบันอุดมศึกษาที่มีพัฒนาการมาอย่างยาวนาน จากวิทยาลัยครูสู่มหาวิทยาลัยราชภัฏ เพื่อสร้างโอกาสทางการศึกษาและพัฒนาท้องถิ่น

มหาวิทยาลัยแห่งประสบการณ์และความเชี่ยวชาญ

มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี เป็นมหาวิทยาลัยที่ตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติ มหาวิทยาลัยราชภัฏ พ.ศ. 2547 ซึ่งประกาศใช้เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2547 ปัจจุบันเปิดสอนในระดับปริญญาตรีและปริญญาโท เพื่อให้ผู้สนใจเลือกศึกษา ในสาขาที่ตรงกับคุณสมบัติและความต้องการของแต่ละบุคคล

2516

ก่อตั้งวิทยาลัยครูสุราษฎร์ธานี

ในยุคเริ่มต้น มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานีมีชื่อว่า “วิทยาลัยครูสุราษฎร์ธานี” ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2516 และเปิดสอนสาขาด้านครุศาสตร์ในรุ่นแรกเมื่อปี พ.ศ. 2519

2527

ขยายการจัดการศึกษาสู่ศาสตร์สาขาอื่น

พระราชบัญญัติวิทยาลัยครู ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2527 ได้กำหนดให้วิทยาลัยครูสามารถจัดการศึกษาในสาขาวิชาอื่น นอกเหนือจากสาขาครุศาสตร์ได้ เป็นจุดเริ่มต้นของการขยายบทบาททางวิชาการ

2535

พระราชทานนาม “สถาบันราชภัฏ”

เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2535 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระมหากรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานนามวิทยาลัยครูว่า “สถาบันราชภัฏ”

2538

พัฒนาการบริหารและการจัดการศึกษา

การประกาศใช้พระราชบัญญัติสถาบันราชภัฏ พ.ศ. 2538 ส่งผลให้การบริหารและการพัฒนาด้านกายภาพของมหาวิทยาลัยเปลี่ยนแปลงอย่างมาก รวมถึงการเปิดรับนักศึกษาในสาขาวิชาต่าง ๆ เพิ่มขึ้น

2542

จัดตั้งบัณฑิตวิทยาลัย

ในปี พ.ศ. 2542 มหาวิทยาลัยได้จัดตั้งบัณฑิตวิทยาลัย และเปิดรับนักศึกษาระดับปริญญาโทเป็นรุ่นแรก สะท้อนถึงความพร้อมด้านวิชาการและศักยภาพของสถาบัน

2547

ยกฐานะเป็นมหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี

จากการพัฒนาด้านกฎหมายการศึกษาและแรงผลักดันรอบด้าน มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานีเติบโตและเข้มแข็งในทุกมิติ จนได้รับการยกฐานะเป็นมหาวิทยาลัยตามพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยราชภัฏ พ.ศ. 2547

สถาบันอุดมศึกษาเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น

มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานีมุ่งมั่นสร้างสถาบันการศึกษาที่มีคุณภาพ เพื่อตอบสนองความต้องการเข้าศึกษาของนักเรียน นักศึกษา และประชาชนทั่วไป พร้อมพัฒนาความร่วมมือทางวิชาการทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อส่งเสริมศักยภาพของผู้เรียนตามเกณฑ์มาตรฐานการศึกษา และสนับสนุนการพัฒนาท้องถิ่นอย่างยั่งยืน

SRU EVOLUTION

จากวิทยาลัยครู สู่ มหาวิทยาลัยราชภัฏ

เส้นทางการพัฒนาของมหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี จากวิทยาลัยครูสุราษฎร์ธานี สู่สถาบันราชภัฏสุราษฎร์ธานี และมหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานีในปัจจุบัน

วิทยาลัยครูสุราษฎร์ธานี

วิทยาลัยครูสุราษฎร์ธานี

พ.ศ. 2516 - พ.ศ. 2534

สถาบันราชภัฏสุราษฎร์ธานี

สถาบันราชภัฏสุราษฎร์ธานี

พ.ศ. 2535 - พ.ศ. 2546

มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี

มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี

พ.ศ. 2547 เป็นต้นไป

วิทยาลัยครูสุราษฎร์ธานี

2516
พ.ศ. 2516 เริ่มก่อตั้งขึ้นเป็น “วิทยาลัยครูสุราษฎร์ธานี” ตามนโยบายและเป้าหมายของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 3 (2515 – 2516)
2519
พ.ศ. 2519 เปิดรับนักศึกษารุ่นแรกเข้าศึกษาในระดับประกาศนียบัตรวิชาการศึกษา (ป.กศ.)
2520
พ.ศ. 2520 อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 7 และมาตรา 8 แห่งพระราชบัญญัติวิทยาลัยครู พ.ศ. 2518 และสภาการฝึกหัดครู ได้ออกประกาศแบ่งส่วนราชการ ลงวันที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2520 ดังนี้
  • สำนักงานอธิการบดี
  • คณะวิชาครุศาสตร์
  • คณะวิชามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์
  • คณะวิชาวิทยาศาสตร์
2521
พ.ศ. 2521 เปิดรับนักศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาการศึกษาชั้นสูง (ป.กศ. ชั้นสูง)
2522
พ.ศ. 2522 เปิดโครงการการอบรมบุคลากรทางการศึกษาประจำการ (อคป.) ในวันเสาร์-อาทิตย์ นักศึกษา อคป. ได้รับปริญญาครุศาสตรบัณฑิต เป็นรุ่นแรก
2523
พ.ศ. 2523เปิดรับนักศึกษาระดับปริญญาตรี สขาครุศาสตร์ และงดรับนักศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาการศึกษา
2525
พ.ศ. 2525 เปิดศูนย์บรมขึ้นที่วิทยาลัยพลศึกษา จังหวัดชุมพร และเปิดสอนวิชาเอกพลศึกษาภาคปกติ เป็นโครงการร่วมมือกับวิทยาลัยพลศึกษาจังหวัดชุมพร
2526
พ.ศ. 2526 เปิดรับนักศึกษาหลักสูตรประกาศนียบัตรเทคนิคการอาชีพ (ป.ทอ.) ภาคสมทบ
2527
พ.ศ. 2527 เปิดรับนักศึกษาหลักสูตรประกาศนียบัตรเทคนิคการอาชีพ (ป.ทอ.) เข้าศึกษาในภาคปกติ
2528
พ.ศ. 2528 วิทยาลัยขยายฐานทางการศึกษากว้างขึ้น เนื่องจากพระราชบัญญัติวิทยาลัยครู (ฉบับที่ 2) พุทธศักราช 2527 กำหนดให้วิทยาลัยจัดการศึกษาในสาขาอื่นได้ จึงเปิดรับนักศึกษาระดับอนุปริญญา และระดับปริญญาตรีนอกเหนือจากสาขาครุศาสตร์ ในปีนี่สภา การฝึกหัดครูได้ออกบังคับว่าด้วยกลุ่มวิทยาลัยครู จึงส่งผลให้กลุ่มวิทยาลัยครูพัฒนา เป็นสหวิทยาลัยในภาคใต้ จึงมีสภาวิทยาลัยทักษิณขึ้น ประกอบด้วย วิทยาลัยครู ทั้งหมดที่มีในภาคใต้ 5 แห่งมีสำนักงานของสหวิทยาลัยที่วิทยาลัยครูสุราษฎร์ธานี และได้เปิดรับนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนตัน และตอนปลาย ข้าเรียนในโรงเรียนสาธิตวิทยาลัยครูสุราษฎร์ธานีเป็นรุ่นแรก
2530
พ.ศ. 2530 อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 8 แห่งพระราชบัญญัติวิทยาลัยครู พ.ศ. 2518 แก้ไขเพิ่มเติม โดยพระราชบัญญัติวิทยาลัยครู (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2527 ลงวันที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2530 ให้แบ่งส่วนราชการของวิทยาลัยครูสุราษฎร์ธานี ดังนี้
  • สำนักงานอธิการบดี
  • คณะวิชาครุศาสตร์
  • คณะวิชามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์
  • คณะวิชาวิทยาการจัดการ
  • คณะวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
  • ศูนย์วิจัยและบริการการศึกษา
  • ศูนย์ศิลปวัฒนธรรม
  • สำนักกิจการนักศึกษา
  • สำนักวางแผนและพัฒนา
  • สำนักส่งเสริมวิชาการ
2532
พ.ศ. 2532 วิทยาลัยยังคงรับนักศึกษาและนักเรียนเช่นเดียวกับปีที่ผ่านมา ในส่วนของการจัดการศึกษาสำหรับบุคลากรประจำการ ได้เปิดศูนย์อบรมขึ้นที่โรงเรียนสอาดเผดิมวิทยา จังหวัดชุมพร
2533
พ.ศ. 2533 มีโครงการความร่วมมือระหว่างสถาบันวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ประเทศแคนาดากับวิทยาลัยครูสุราษฎร์ธานี เพื่อพัฒนาโปแกรมวิชาวิทยาการจัดการมีระยะเวลา 3 ปี อนึ่ง ในปีนี้วิทยาลัยได้เปิด วิชาเอกวิทยาศาสตร์สุขภาพ ภาคปกติ โดยร่วมมือกับวิทยาลัยพลศึกษาจังหวัดชุมพร อีกด้วย
2534
พ.ศ. 2534 การจัดการศึกษสำหรับบุคลกรประจำการซึ่งมีศูนย์อบรมที่จังหวัดชุมพรนั้น ได้เปลี่ยนไปดำเนินการที่โรงเรียนศรียภัย ในปีนี้วิทยาลัยได้รับความร่วมมือจากองค์การความร่วมมือระหว่างประเทศของรัฐบาลญี่ปุ่น CA) จัดโครงการทดลองการจัดตั้งศูนย์ศึกษาประจำภูมิภาคขึ้นที่วิทยาลัย เพื่อพัฒนาอาจารย์ของสหวิทยาลัยทักษิณ ด้านเคมีและคอมพิวเตอร์

สถาบันราชภัฏสุราษฎร์ธานี

2535
พ.ศ. 2535 วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2535 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯพระราชทานนามวิทยาลัยครูว่า “สถาบันราชภัฏ”
2536
พ.ศ. 2536 ในปีนี้สาขาศิลปศาสตร์ได้เปิดรับนักศึกษาวิชาเอกนิเทศศาสตร์ ระดับปริญญาตรี และสาขาวิทยาศาสตร์ เปิดรับนักศึกษาวิชาเอกคอมพิวเตอร์ศึกษา ระดับอนุปริญญา และวิชาเอกเกษตรศาสตร์ หลักสูตร 4 ปี เพิ่มขึ้น
2538
พ.ศ. 2538 มีประกาศใช้พระราชบัญญัติถาบันราชภัฏ พศ. 2538 และสถาบันราชภัฏสุราษฏร์ธานีได้ดำเนินภารกิจตามพระราชบัญญัติสถาบันราชภัฏ พ.ศ. 2538 โดยยังคงเปิดรับนักศึกษาและนักเรียนเช่นเดียวกันกับปีที่ผ่านมา
2540
พ.ศ. 2540 สถาบันราชภัฏสุราษฎร์รานึ งดรับนักเรียนสาธิต เนื่องจากสถาบันมีนโยบายที่จะขยายฐานการศึกษา จกระดับปริญญาตรีไปจนถึงปริญญาโท ประกอบกับแนวทางการฝึกประสบการณ์วิชาชีพครูเปลี่ยนไป
2542
พ.ศ. 2542 สถาบันได้จัดตั้งบัณฑิตวิทยาลัย และเปิดรับนักศึกษาระดับปริญญาโทเป็นครั้งแรก โดยเปิดสอนในสาขาสังคมศาสตร์เพื่อการพัฒนา
2543
พ.ศ. 2543 ปรับปรุงโครงการจัดการศึกษาสำหรับบุคลากรประจำการ (กศ.บป.) เป็นโครงการจัดการศึกษาสำหรับบุคลากรท้องถิ่น (กศ.บท.) เพื่อเปิดรับบุคคลทั่วไปโดยไม่จำกัดอาชีพ และเปิดศูนย์ให้กรศึกษานอกสถาบันเพิ่มขึ้นอีก 1 ศูนย์ คือ ศูนย์ให้การศึกษานอกสถาบัน จังหวัดระนอง
2544
พ.ศ. 2544 สถาบันเปิดรับนักศึกษาทั้งภาคปกติ ภาคสมทบ และโครงการจัดการศึกษาสำหรับบุคลากรท้องถิ่น (กศ.บท) และในปีนี้ได้เปิดรับนักศึกษาระดับปริญญาโท สาขาการศึกษา เพิ่มขึ้นอีก 1 สาขา
2545
พ.ศ. 2545 สถาบันเปิดรับนักศึกษาภาปกติ โดยขยายฐานในสาขาวิทยาศาสตร์มากขึ้นลดการผลิตในสาขาการศึกษาเหลือเพียงหลักสูตรประกาศนียบัตรบัณฑิตวิชาชีพครู และงดรับนักศึกษาภาคสมทบโดยปีนี้ได้เปิดศูนย์ให้กรศึกษานอกสถาบันเพิ่มอีก 1 ศูนย์ ที่อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี และเปิดรับนักศึกษาปริญญาโทเพิ่มอีก 1 สาขา คือ สาขายุทธศาสตร์การพัฒนา และได้มีการเตรียมความพร้อมในด้านต่าง ๆ เพื่อรองรับการเป็นมหาวิทยาลัย
2546
พ.ศ. 2546 สถาบันได้มีการพัฒนาเพื่อเตรียมการเป็นมหาวิทยาลัยโดยสมบูรณ์ ทั้งในส่วนของการขยายฐานการจัดการศึกษาเพิ่มขึ้นอีกหลายสาขา ทั้งในระดับปริญญาตรีและระดับบัณฑิตศึกษา

มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี

2547
พ.ศ. 2547 พระบาทสมเด็จพระปมินทรมหาภูมิพลอดลยเดช ทรงลงพระปรมาภิไธยในพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยราชภัฏ วันที่ 9 มิถุนายน 2547 และประกาศในราชกิจจานุเบกษาในวันที่ 14 มิถุนายน 2547 จึงมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน 2547 เป็นต้นไป ทำให้สถาบันราชภัฏทั้ง 41 แห่ง ทั่วประเทศ มีสถานภาพเป็น “มหาวิทยาลัยราชภัฏ” มีความเป็นอิสระและเป็นนิติบุคคล เป็นส่วนราชการตมกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ
2548
พ.ศ. 2548 อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 6 และมาตรา 11 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยราชภัฏ พ.ศ. 2547 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษริการออกกฎหมายกระทรวงให้จัดตั้งส่วนราชการ ดังนี้
  • สำนักงานอธิการบดี
  • คณะวิชาครุศาสตร์
  • คณะวิชามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์
  • คณะวิชาวิทยาการจัดการ
  • คณะวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
  • สถาบันวิจัยและพัฒนา
  • สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ
  • สำนักศิลปะและวัฒนธรรม
  • สำนักส่งเสริมวิชาการและงานทะเบียน
  • วิทยาลัยนานาชาติการท่องเที่ยว
2551
พ.ศ. 2551 มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี ดำเนินการเปิดคณะใหม่ 2 คณะ คือ คณะนิติศาสตร์ และคณะพยาบาลศาสตร์ และรับนักศึกษาเป็นรุ่นแรก พร้อมทั้งเปิดหลักสูตรอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว (ธุรกิจการบิน) หลักสูตรภาษาอังกฤษ
2553
พ.ศ. 2553 เปิดการเรียนการสอน สาขาวิชาอุตสาหกรรมท่องเที่ยว (ธุรกิจการบิน) ที่วิทยาลัยนานาชาติการท่องเที่ยว อำเภอกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี และเปิดสอนในระดับปริญญาเอกหลักสูตรครุศสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาภาวะผู้นำการจัดการศึกษา
2555
พ.ศ. 2555 มหาวิทยาลัยได้มีการปรับวิสัยทัศน์ จากเดิมเป็น “มหาวิทยาลัยต้นแบบแห่งประชาคมอาเซียน เพื่อการพัฒนาท้องถิ่น” และ พ.ศ. 2556 มีการกำหนด “นโยบาย 5 สร้าง 3 พัฒนา สู่การเป็น มหาวิทยาลัย 5 มิติ” โดยอธิการบดี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ประโยชน์ คุปต์กาญจนากุล และมีการจัดตั้งสถาบันภาษา เพื่อทำหน้าที่ในการจัดการเรียนการสอนภาษาต่างประเทศ และพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษให้กับนักศึกษาและบุคลากร
2556
พ.ศ. 2556 มหาวิทยาลัยได้ดำเนินการจัดตั้งโครงการจัดตั้งศูนย์อาเซียนศึกษาและพัฒนา เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมในการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน เพื่อเป็นศูนย์กลางทางการศึกษาและแหล่งอ้างอิงทางวิชาการที่เกี่ยวข้องกับอาเซียนศึกษา
2557
พ.ศ. 2557 เปิดหลักสูตรการจัดการภัยพิบัติ และหลักสูตรการจัดการค้าปลีก
2559
พ.ศ. 2559 มหาวิทยาลัยได้ดำเนินการปิดศูนย์กรศึกษานอกพื้นที่ จังหวัดระนอง และคณะวิทยาการจัดการ ได้ดำเนินการเปิดหลักสูตรธุรกิจการเกษตร และหลักสูตรการจัดการธุรกิจอาหาร
2560
พ.ศ. 2560 มหาวิทยาลัยได้ดำเนินการย้ายอาคารบรรณราชนครินทร์ (หอสมุดหลังเก่า) และทำพิธีเปิดอาคารหอสมุดและศูนย์สารสนเทศเฉลิมพระเกียรติ (หลังใหม่) เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2560
2561
พ.ศ. 2561 มหาวิทยาลัยได้มีกรปรับวิสัยทัศน์ จากเดิม “มหาวิทยาลัยต้นแบบแห่งประชาคมอาเซียนเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น เป็น “มหาวิทยาลัยพลังแผ่นดิน สร้างแผ่นดินด้วยภูมิปัญญาให้เป็นพลัง ภายใต้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” และปรับอัตลักษณ์ของมหาวิทยาลัยจากเดิม “มุ่งส่วนรวม มีวินัย ใฝ่รู้ สู้งาน” เป็น “มีคุณธรรม เลิศล้ำปัญญา จิตอาสา ใฝ่รู้ สู้งาน” และย้ายอาคารสำนักงานอธิการบดีหลังเก่า และทำพิธีเปิดอาคารสำนักงานอธิการบดีหลังใหม่ เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2561 และเป็นวันราชภัฏ ซึ่งชาวมหาวิทยาลัยถือเป็นการสถาปนามหาวิทยาลัยราชภัฏด้วยเช่นกัน
2562
พ.ศ. 2562 เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2562 มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานีเป็นเจ้าภาพการแบ่งขันกีฬาบุคลากรสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กีฬา สกอ.) ครั้งที่ 38 “ขุนเลเกมส์” จัดพิธีการแข่งขันโดยมี นายสุทธิพงษ์ คล้ายอุดม รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานีเป็นประธานในพิธีปิดสนาม โดยมีคำขวัญประจำการแข่งขัน “เชียร์ให้แรง แข่งให้หรอย” มีสถาบันการศึกษาเข้าร่วมการแข่งขัน ทั้งสิ้น 58 สถาบันจากทั่วประเทศ เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2562 ที่ประชุมสภามหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี มีมติเลือก ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วัฒนา รัตนพรหม และเสนอเรื่องเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี

เติบโตและเข้มแข็งในทุกด้าน

จากการพัฒนาการศึกษาแลแรผลักดันด้านปัจจัยต่าง ๆ รอบด้าน ส่งผลให้มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี เติบโตและเข้มแข็ในทุก ๆ ด้น สมดังเจตนาที่มุ่งมั่นในการสร้างสถาบันการศึกษาที่มีคุณภาพสูงสุด

เพื่อตอบสนองความต้อการเข้าศึกษาของนักเรียน นักศึกษา และประชาชนทั่วไปในสาขาต่าง ๆ เพื่อเป้าหมายให้นักศึกษาเข้าสู่วงการวิชาการตามศักยภาพแห่งตนและตามเกณฑ์มาตรฐานของการศึกษา